5 วิธีถอนเงินยอดนิยม 2026, ค่าธรรมเนียม & คู่มือสมบูรณ์

ในยุคดิจิทัลปี 2026 การถอนเงินสดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากที่ต้องพกบัตร ATM อีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้การทำธุรกรรมสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าวิธีไหนคือทางเลือกที่ดีที่สุด บทความนี้จึงได้รวบรวมและเปรียบเทียบ 5 ช่องทางการถอนเงินยอดนิยมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างครบถ้วน เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปพลิเคชันชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น K PLUS, SCB EASY หรือ Krungthai NEXT รวมถึงการใช้บริการผ่านตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เรายังวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย และเปรียบเทียบตารางค่าธรรมเนียมล่าสุดของแต่ละธนาคารอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถเลือกช่องทางการถอนเงินที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะต้องการเงินด่วนที่ตู้ ATM ใกล้บ้าน หรือต้องการทำธุรกรรมผ่านตัวแทนที่ร้านสะดวกซื้อ คู่มือฉบับสมบูรณ์นี้มีคำตอบให้คุณทั้งหมด
ถอนเงิน - ตู้ ATM

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตู้ ATM

วิธีถอนเงินล่าสุด 2026

ในปี 2026 นี้ วิธีถอนเงินล่าสุด ได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เน้นไปที่ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเฉพาะบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ Cardless ATM ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้ว ธนาคารต่างๆ ได้ผนวกความสามารถนี้เข้าไปใน แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง ของตนอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถกดเงินจาก ตู้ ATM ได้โดยไม่ต้องพกบัตรธนาคารอีกต่อไป กลายเป็นหัวใจสำคัญของ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ในยุคนี้

กระบวนการ กดเงินไม่ใช้บัตร ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ วิธีที่นิยมที่สุดคือการสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ถอนเงิน ผ่านแอปมือถือ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย คุณสามารถเปิดแอป K PLUS เลือกเมนู "ถอนเงินผ่านตู้ ATM โดยไม่ใช้บัตร" ระบบจะสร้างรหัสเลข 6-8 หลัก หรือ QR Code พิเศษขึ้นมา คุณเพียงนำรหัสนี้ไปกดที่ K-ATM หรือนำโทรศัพท์ไป สแกน QR ที่ตู้ก็สามารถรับเงินสดได้ทันที โดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืมบัตรหรือบัตรชำรุด ในทำนองเดียวกัน แอป Krungthai NEXT ของ ธนาคารกรุงไทย, SCB EASY ของ ธนาคารกรุงเทพ, KKP MOBILE ของ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และ krungsri app ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ก็มีฟังก์ชันที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

นอกจากถอนเงินผ่านตู้ ATM ของธนาคารตัวเองแล้ว บริการ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ก็ยังเป็นตัวเลือกที่สำคัญและทันสมัยในปี 2026 โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลตู้ ATM ธนาคารหลัก เช่น ธนาคารออมสิน และหลายธนาคารได้ขยายเครือข่ายร้านค้าพาร์ทเนอร์ให้สามารถให้บริการถอนเงินสดได้ คุณเพียงเปิดแอปโมบายแบงก์กิ้ง สร้างรายการถอนเงินและรับ รหัสอ้างอิง หรือ QR Code จากนั้นไปแสดงที่ร้านค้าที่ร่วมบริการ (เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อบางแห่ง) พนักงานจะสแกนคิวอาร์หรือตรวจสอบรหัสของคุณและจ่ายเงินสดให้ วิธีนี้ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่ได้เป็นอย่างดี และมักมี ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ที่ต่ำหรือบางแห่งไม่มีค่าธรรมเนียมเลยสำหรับลูกค้าของธนาคารนั้นๆ

ในแง่ของ ความปลอดภัยทางการเงิน เทคโนโลยีในปี 2026 ได้รับการพัฒนาจนน่าเชื่อถือมาก บริการ ถอนเงินแบบไม่ใช้บัตร แต่ละครั้งจะต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสแกนลายนิ้วมือ รู้จำใบหน้า หรือใส่ PIN ของแอปพลิเคชันเอง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ที่สร้างขึ้นมามีอายุการใช้งานสั้นมาก (มักไม่เกิน 2-5 นาที) และใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (One-Time Use) ซึ่งลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกหรือลอกเลียนแบบได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังทำรายการเสร็จ แอปจะสร้าง e-Slip หรือใบเสร็จดิจิทัลให้ทันทีสำหรับเก็บเป็นหลักฐาน ธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ แบบนี้จึงไม่เพียงแต่สะดวก แต่ยังตรวจสอบได้และปลอดภัยกว่าการพกบัตรพลาสติกที่อาจสูญหายได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคย ขอแนะนำให้ศึกษาตาม คู่มือการใช้งานแอป ของธนาคารตัวเอง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีวีดิโอหรือขั้นตอนแบบเรียลไทม์สอนอย่างละเอียด เริ่มจากดาวน์โหลดแอปทางการ เช่น K PLUS, Krungthai NEXT, SCB EASY ลงทะเบียนและเปิดใช้งานบริการให้เรียบร้อย จากนั้นในเมนูหลัก มักจะมีหัวข้อ "บริการตู้ ATM" หรือ "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" ให้เลือก ระบบจะขอให้คุณระบุจำนวนเงินและเลือกตู้ ATM ที่ต้องการ (หรือสร้างรหัสสำหรับใช้ได้ทุกตู้ในเครือข่าย) ขั้นตอนส่วนใหญ่จะเสร็จสิ้นใน 4-5 การแตะสัมผัสบนหน้าจอเท่านั้น ข้อควรระวังคือ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใกล้ตู้ ATM ที่เลือกไว้ภายในเวลาที่กำหนด และอย่าเปิดเผย รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ที่สร้างขึ้นให้ใครเห็นล่วงหน้า

โดยสรุปแล้ว วิธีถอนเงินล่าสุด 2026 ได้เปลี่ยนโฉม ธุรกรรมการเงิน ในชีวิตประจำวันไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยต้องพกบัตรและจำ PIN ตอนนี้แค่มีสมาร์ทโฟนกับแอป โมบายแบงก์กิ้ง ก็จัดการได้ทุกอย่าง บริการธนาคารดิจิทัล ไม่ได้หยุดอยู่แค่การโอนเงินหรือตรวจสอบยอด แต่ขยายมาเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงเงินสดอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคที่ทุกสิ่งอยู่บนมือถือ

ถอนเงิน - ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ค่าธรรมเนียมและข้อจำกัด

เมื่อพูดถึง ค่าธรรมเนียมและข้อจำกัด ในการใช้บริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ Cardless ATM ผ่านแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง ต่างๆ ในปี 2026 นี้ ผู้ใช้จำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะนโยบายของแต่ละธนาคารมีความแตกต่างกัน และมีเงื่อนไขบางประการที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมหลักที่ผู้ใช้มักพบเจอคือ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ข้ามธนาคารผ่านตู้ ATM ที่ไม่ใช่เครือข่ายของตนเอง ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย และใช้แอป K PLUS เพื่อสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ถอนเงิน ไปกดที่ตู้ K-ATM ของธนาคารกสิกรไทยเอง คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ สำหรับการถอนเงินในรูปแบบนี้ อย่างไรก็ตาม หากคุณนำ รหัสถอนเงิน จาก K PLUS ไปใช้ที่ตู้ ATM ของ ธนาคารกรุงเทพ หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คุณอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมข้ามธนาคาร ซึ่งในปี 2026 ค่าธรรมเนียมนี้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารต้นทางและปลายทาง ดังนั้น ทางเลือกที่ประหยัดคือพยายามใช้บริการที่ตู้ ATM ในเครือข่ายเดียวกันกับแอปพลิเคชันธนาคารที่คุณใช้

นอกจากค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารแล้ว ยังมี ข้อจำกัดด้านจำนวนเงินและความถี่ ในการทำธุรกรรม การถอนเงินไม่ใช้บัตร ซึ่งเป็นมาตรการด้าน ความปลอดภัยทางการเงิน ธนาคารส่วนใหญ่ เช่น ธนาคารกรุงไทย ผ่านแอป Krungthai NEXT หรือ ธนาคารออมสิน จะกำหนดวงเงินถอนสูงสุดต่อครั้งและต่อวันสำหรับบริการนี้ ซึ่งมักจะต่ำกว่าการถอนด้วยบัตร ATM ปกติเล็กน้อย ตัวอย่างวงเงินในปี 2026 อาจอยู่ที่ 20,000 – 30,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 100,000 บาทต่อวัน นอกจากนี้ยังอาจมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการสร้าง รหัสถอนเงิน ภายในหนึ่งวัน เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากมิจฉาชีพ ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบขีดจำกัดเหล่านี้ในแอปพลิเคชันของตนก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง

สำหรับ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และ บริการธนาคารดิจิทัล อื่นๆ อย่าง SCB EASY, KKP MOBILE, หรือ krungsri app นั้น ค่าธรรมเนียมและข้อจำกัดอาจแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชีและระดับการให้บริการ (Tier) ของลูกค้า ลูกค้าระดับพรีเมียมหรือผู้ที่มียอดฝากเฉลี่ยสูงอาจได้รับสิทธิ์ในการถอนเงินข้ามธนาคารโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมจำนวนจำกัดต่อเดือน ในขณะที่ลูกค้าทั่วไปอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมตามปกติ การเข้าใจเงื่อนไขของบัญชีตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ข้อจำกัดอีกประการที่สำคัญคือ ระยะเวลาการใช้งานของรหัสถอนเงินหรือ QR Code เมื่อคุณสร้าง รหัสถอนเงิน ผ่าน แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง แล้ว รหัสหรือ QR Code นั้นจะมีอายุการใช้งานสั้นมาก มักจะอยู่ที่ 2 ถึง 5 นาทีเท่านั้น หากเกินเวลานี้ รหัสจะหมดอายุโดยอัตโนมัติ และคุณต้องสร้างใหม่ นี่เป็นกลไกด้านความปลอดภัยที่ช่วยลดความเสี่ยงหากมีใครล่วงรู้รหัสของคุณโดยบังเอิญ ดังนั้น ผู้ใช้ควรเดินทางไปยังตู้ ATM ให้พร้อมก่อนเริ่มสร้างรหัส และไม่ควรแชร์ภาพหน้าจอที่มี รหัสถอนเงิน หรือ QR Code กับใครโดยเด็ดขาด

ในส่วนของ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ เช่น ที่ร้านสะดวกซื้อต่างๆ บริการนี้แม้จะสะดวกแต่ก็มักมี ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ที่ชัดเจนและอาจสูงกว่าการถอนผ่านตู้ ATM เล็กน้อย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการผ่านตัวกลาง ผู้ใช้ควรสอบถามค่าธรรมเนียมจากตัวแทนก่อนทำธุรกรรมเสมอ

ประเด็นสุดท้ายที่ควรพิจารณาคือ ข้อจำกัดทางเทคนิคและความเข้ากันได้ ไม่ใช่ทุกตู้ ATM ที่จะรองรับบริการ ถอนเงินแบบไม่ใช้บัตร โดยเฉพาะตู้ ATM รุ่นเก่า แม้ในปี 2026 การอัพเกรดตู้ ATM ทั่วประเทศจะก้าวหน้ามากขึ้น แต่ในพื้นที่ห่างไกลบางแห่งอาจยังมีข้อจำกัดนี้ ผู้ใช้ K PLUS, Krungthai NEXT หรือ SCB EASY ควรตรวจสอบในแอปพลิเคชันว่าตู้ ATM ใดในพื้นที่ที่รองรับบริการ กดเงินไม่ใช้บัตร ก่อนออกจากบ้าน ซึ่งข้อมูลนี้มักมีอยู่ในฟีเจอร์ค้นหาตู้ ATM ภายในแอป

การทำความเข้าใจ ค่าธรรมเนียมและข้อจำกัด อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้คุณใช้บริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และ การถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด อย่าลืมศึกษาคู่มือการใช้งานแอปหรือสอบถามข้อมูลล่าสุดจากธนาคารของคุณเป็นประจำ เพราะนโยบายอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2569 มีวิธีการถอนเงินสดแบบไหนบ้างที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด?

ในปี 2569 การถอนเงินสดมีความหลากหลายและสะดวกสบายกว่าเดิมมาก นอกจากการใช้บัตรที่ตู้ ATM แบบดั้งเดิมแล้ว การถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ (Mobile Banking) ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะทั้งปลอดภัยและรวดเร็ว นอกจากนี้ การถอนเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านสะดวกซื้อก็เป็นอีกทางเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับยอดเงินจำนวนไม่มาก

  • การถอนเงินผ่านตู้ ATM:** ยังคงเป็นวิธีมาตรฐาน โดยสามารถใช้ได้ทั้งแบบใช้บัตรและไม่ใช้บัตร
  • การถอนเงินผ่าน Mobile Banking:** สร้างรหัสถอนเงินในแอปพลิเคชันเพื่อใช้ที่ตู้ ATM โดยไม่ต้องพกบัตร
  • การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร (Banking Agent):** เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านสะดวกซื้อ หรือที่ทำการไปรษณีย์

การถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ATM ผ่านแอปพลิเคชันมือถือมีขั้นตอนอย่างไรและปลอดภัยหรือไม่?

การถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเป็นฟีเจอร์มาตรฐานของธนาคารชั้นนำทุกแห่งในปี 2569 ซึ่งมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากต้องยืนยันตัวตนหลายชั้นในแอปพลิเคชันก่อนทำรายการ และรหัสที่ใช้ถอนเงินก็มีอายุการใช้งานสั้นๆ ช่วยลดความเสี่ยงจากการคัดลอกข้อมูลบัตร (Skimming) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เข้าสู่ระบบ Mobile Banking:** เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" และระบุจำนวนเงินที่ต้องการ
  • รับรหัสถอนเงิน:** ระบบจะสร้าง QR Code หรือรหัสตัวเลข (OTP) สำหรับใช้ที่ตู้ ATM
  • ทำรายการที่ตู้ ATM:** เลือกเมนูถอนเงินไม่ใช้บัตรบนหน้าจอตู้ ATM แล้วสแกน QR Code หรือกรอกรหัสที่ได้รับภายในเวลาที่กำหนด

ค่าธรรมเนียมการถอนเงินข้ามเขตหรือข้ามธนาคารในปี 2569 เป็นอย่างไร?

นโยบายค่าธรรมเนียมการถอนเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้บริการต้องพิจารณา โดยทั่วไปแล้วการถอนเงินจากตู้ ATM ของธนาคารเจ้าของบัญชีในเขตเดียวกันมักจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามจำนวนครั้งที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การถอนเงินข้ามเขตหรือต่างธนาคารมักจะมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น ซึ่งอัตราจะแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร

  • ถอนเงินในเขต/ธนาคารเดียวกัน:** ส่วนใหญ่ฟรี 4-5 ครั้งแรกของเดือน หลังจากนั้นอาจมีค่าธรรมเนียมครั้งละ 10 บาท
  • ถอนเงินข้ามเขต:** มีค่าธรรมเนียมประมาณ 15-20 บาทต่อรายการ ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคาร
  • ถอนเงินต่างธนาคาร:** มีค่าธรรมเนียมประมาณ 10-25 บาทต่อรายการ ควรตรวจสอบประกาศของธนาคารเพื่อความถูกต้อง

วงเงินถอนสูงสุดต่อวันสำหรับบัญชีบุคคลธรรมดาอยู่ที่เท่าไหร่ และสามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่?

โดยทั่วไป วงเงินถอนสูงสุดต่อวันผ่านตู้ ATM สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดาจะถูกกำหนดไว้โดยธนาคาร ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของบัตรและบัญชี แต่ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนวงเงินนี้ได้ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความปลอดภัยหรือเพื่อความสะดวกในการใช้งาน การปรับวงเงินสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking หรือติดต่อ Call Center ของธนาคาร

  • วงเงินมาตรฐาน:** มักจะอยู่ที่ระหว่าง 20,000 - 150,000 บาทต่อวัน
  • การปรับเปลี่ยนวงเงิน:** สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร, ตู้ ATM หรือติดต่อสาขาโดยตรง
  • คำแนะนำด้านความปลอดภัย:** ควรตั้งวงเงินให้เหมาะสมกับการใช้งานปกติ เพื่อจำกัดความเสียหายหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

หากต้องการถอนเงินสดในต่างประเทศปี 2569 ควรเลือกใช้วิธีใดจึงจะคุ้มค่าที่สุด?

การถอนเงินสดในต่างประเทศต้องพิจารณาทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียม บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ PLUS หรือ Cirrus ยังคงเป็นวิธีที่สะดวก แต่ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมกับธนาคารผู้ออกบัตรก่อนเดินทาง ปัจจุบัน บัตรเดินทาง (Travel Card) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะสามารถแลกเงินเก็บไว้ล่วงหน้าด้วยเรทที่ดีและมีค่าธรรมเนียมการถอนที่ชัดเจน

  • บัตรเดบิต/เครดิต:** สะดวก แต่มีค่าธรรมเนียมกดเงินสดและค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (ประมาณ 2.0-2.5%)
  • บัตรเดินทาง (Travel Card):** แลกเงินล่วงหน้าได้เรทดีกว่า ควบคุมงบประมาณได้ง่าย และค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
  • ตรวจสอบกับธนาคาร:** สอบถามโปรโมชันหรือบัตรที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการกดเงินในต่างประเทศก่อนเดินทาง

ควรทำอย่างไรเมื่อตู้ ATM ไม่จ่ายเงินแต่ระบบตัดเงินในบัญชีไปแล้ว?

ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้จากระบบขัดข้อง แต่ไม่ต้องกังวลใจ สิ่งสำคัญคือต้องเก็บใบบันทึกรายการ (สลิป) ไว้เป็นหลักฐานหากมี และรีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันที โดยปกติธนาคารจะมีกระบวนการตรวจสอบและปรับปรุงยอดเงินคืนเข้าบัญชีให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ได้รับการปรับปรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในปี 2569

  • เก็บหลักฐาน:** เก็บสลิปที่ทำรายการ หรือจดจำวัน เวลา สถานที่ และหมายเลขตู้ ATM
  • ติดต่อธนาคารทันที:** โทรแจ้ง Call Center ของธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่ออายัดรายการและแจ้งปัญหา
  • ระยะเวลาดำเนินการ:** ธนาคารจะตรวจสอบและดำเนินการคืนเงินเข้าบัญชีภายใน 3-7 วันทำการ

มีวิธีถอนเงินสดจากบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) หรือไม่?

บริการถอนเงินสดจาก e-Wallet ชั้นนำ เช่น TrueMoney Wallet หรือ Rabbit LINE Pay มีให้บริการอย่างแพร่หลายในปี 2569 ทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนยอดเงินในวอลเล็ตเป็นเงินสดได้อย่างสะดวก โดยสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชันของ e-Wallet แล้วไปรับเงินสดที่ตู้ ATM ของธนาคารพันธมิตร หรือผ่านตัวแทนรับจ่ายเงินต่างๆ ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมในการให้บริการ

  • ผ่านตู้ ATM ธนาคารพันธมิตร:** เลือกเมนูถอนเงินจาก e-Wallet บนแอปฯ และทำตามขั้นตอนที่ตู้ ATM
  • ผ่านตัวแทนบริการ:** เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือจุดให้บริการที่เข้าร่วมรายการ
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียม:** การถอนเงินจาก e-Wallet มักมีค่าธรรมเนียมต่อรายการ ควรตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม

เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) เช่น การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า ถูกนำมาใช้ในการถอนเงินแล้วหรือยัง?

ในปี 2569 เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ได้เริ่มถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงการถอนเงินสด ธนาคารชั้นนำบางแห่งได้เริ่มติดตั้งตู้ ATM ที่รองรับการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ ทำให้ลูกค้าสามารถถอนเงินได้โดยไม่ต้องใช้บัตรหรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคาดว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

  • การยืนยันตัวตน:** ใช้ข้อมูลทางชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ใบหน้า หรือลายนิ้วมือ แทนการใช้รหัส PIN
  • ความปลอดภัยสูง:** ลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยบัตรหรือรหัสผ่านได้อย่างมาก
  • การใช้งานในปัจจุบัน:** เริ่มมีให้บริการในตู้ ATM รุ่นใหม่ๆ ในเขตเมืองใหญ่และสาขาหลักของธนาคารชั้นนำ